ลูกอาบน้ำยาก เปลี่ยนการอาบน้ำที่แสนวุ่นวายเป็นช่วงเวลาแห่งความสนุกสนาน

คุณพ่อคุณแม่มักมีเรื่องลำบากใจกับลูกน้อยของเรากันอยู่อย่างน้อยเรื่องหนึ่งและเรื่องที่ท้าทายคุณพ่อคุณแม่หลายๆท่านคงจะเป็นเรื่องการอาบน้ำนั่นเองซึ่งเราอาจพยายามหาวิธีคอยดูแลให้ทุกอย่างเข้าร่องเข้ารอยแต่พฤติกรรมการต่อต้านดื้อรั้นของเด็กๆก็ช่างท้าทายเราเสียเหลือเกินจนถึงขั้นต้องดุหรือลงโทษกันแรงๆ แต่ความร่วมมือที่ต้องแลกมากับการบาดเจ็บทั้งทางร่างกายและจิตใจนั้นคุ้มค่าที่จะได้มาจริงๆ หรือไม่ ? 

เมื่อลูกทำบางสิ่งบางอย่างแล้วถูกดุหรือเจอประสบการณ์ที่ไม่ดีจะเป็นการสร้างความทรงจำแย่ๆและตึงเครียดให้ความสัมพันธ์ของพ่อแม่และลูกแย่ลงอีกด้วย เด็กๆอาจหวาดกลัวการลงโทษจนเกิดความห่างเหินกับผู้ปกครอง หรือต่อต้านผู้ใหญ่ในทางอื่นมากขึ้น แม้จะแก้ปัญหาตรงหน้าได้แต่การ เชื่อฟังของลูกจะเป็นไปเพียงเพราะหวาดกลัวเท่านั้น หากไม่ถูกดุหรือเฝ้ามองก็จะไม่ปฏิบัติ ไม่สามารถสร้างนิสัยระยะยาวได้ ในวันถัดไปต้องอาบน้ำก็ต้อง ดุ ขู่ หรือลงโทษกันอีกอยู่ดี ซึ่งเป้าหมายของพ่อแม่ควรเป็นการสร้างนิสัยที่ดีให้ลูกติดตัวไปตลอด 

แนวทางที่จะทำให้เด็กๆ ให้ความร่วมมือในการอาบน้ำในแต่ละวันโดยไร้ความรุนแรง สิ่งแรกที่ต้องถามคือ “ทำไมลูกถึงไม่ให้ความร่วมมือ?” การสำรวจดูสาเหตุที่ลูกไม่ชอบอาบน้ำเป็นสิ่งแรกที่ต้องทำ ซึ่งในวันนี้เราจะยกตัวอย่างสาเหตุที่อาจพบดังนี้

  • ความกังวล ลูกอาจเคยเผชิญกับสิ่งไม่ดีระหว่างการอาบน้ำ เด็กบางคนไม่ชอบสัมผัสพื้นห้องน้ำเพราะกลัวความไม่สะอาด บางคนเคยเจอแมลงหรือสัตว์ที่ตนเองไม่ชอบในห้องน้ำ หรืออาจจะเคยรู้สึกไม่ดีระหว่างอาบน้ำ เช่น ถูกดุ ถูกตี หรือถูกทำให้อับอายจากการ ล้อเลียนร่างกาย เป็นต้น
  • ลูกไม่ชอบอุณหภูมิของน้ำ 
  • ไม่ชอบยืนนิ่งๆ น่าเบื่อ
  • ถูกขัดถูตัวแรงๆ พ่อแม่อาจกังวลเรื่องความสะอาดทำให้ขัดถูตัวลูกๆ แรง หรืออาจจะใช้สบู่ที่ทำให้เนื้อตัวของลูกแห้งจนเอี๊ยด เพราะเข้าใจว่าความแห้งตึงนั้นคือความสะอาด ในทางกลับกันความเอี๊ยดนั้นทำให้ลูกเจ็บตามผิวตัวเมื่อถูกขัดถูตามร่างกาย อย่าลืมว่าผิวของเด็กๆ บอบบางมาก
  • สบู่เข้าตาจึงอาจทำให้ลูกเกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุตาได้จึงทำให้เด็กเกิดภาพจำฝังใจไม่อยากอาบน้ำ เพราะ กลัวจะถูกทำให้แสบตาได้อีก

แนวทางในการดูแลปัญหาเหล่านั้น พ่อแม่ควรจัดการกับต้นเหตุของการไม่อยากอาบน้ำ เช่น พวกสิ่งแวดล้อม สภาพห้องน้ำต่างๆ จากนั้นใช้หลักการวินัยเชิงบวก เพื่อสร้างนิสัยการอาบน้ำที่ดีในระยะยาวพร้อมๆ กับสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่และลูกแทนการบังคับหรือลงโทษ ด้วยวิธีเหล่านี้

  • พูดคุยกับลูกดีๆ ด้วยวิธีการสื่อสารอย่างชัดเจนถึงความคาดหวังของผู้ปกครองและอธิบายถึงเหตุผลที่ต้องอาบน้ำ
  • สร้างกฎระเบียบ กำหนดเวลาและรูปแบบอาบน้ำให้สม่ำเสมอทุกวัน (providing structure) เพื่อสร้างนิสัยการอาบน้ำให้แก่เด็ก การใช้วินัยเชิงบวกไม่ได้หมายถึงไร้กฎเกณฑ์ หรือกฎระเบียบ แต่ควรมีข้อตกลงเงื่อนไขที่สมเหตุสมผลและสม่ำเสมอ อาจมีเงื่อนไขการให้รางวัลหลังการอาบน้ำ อาจจะไม่ใช่สิ่งของแต่อาจจะเป็นเวลาที่ดีร่วมกันหลังอาบน้ำ การชื่นชม หรือเล่นสนุก เป็นต้น
  • สร้างทัศนคติที่ดีต่อการดูแลร่างกาย ให้ลูกรักร่างกายของตนเองจนอยากดูแลร่างกายเป็นอย่างดี
  • สร้างความสนุกสนานระหว่างอาบน้ำ ให้ลูกได้มีส่วนร่วมในการเลือก ของเล่นชิ้นโปรด กิจกรรมเล่นสนุกกับฟองสบู่ เลือกเพลงหรือดนตรีที่เด็กชอบ ไม่ควรเป็นวิดีโอคลิปที่ดึงความสนใจของเด็ก เพราะเด็กต้องมีส่วนร่วมในสิ่งที่ทำอยู่ด้วย
  • ช้อปปิ้งกับลูก เลือกกลิ่นสบู่และแชมพูเก็บไว้ให้หลากหลาย เพื่อให้ลูกได้เลือกกลิ่นที่ชอบในการอาบน้ำแต่ละครั้ง หรือซื้ออุปกรณ์อาบน้ำน่ารัก ๆ และของเล่นกันน้ำเอาไว้ด้วย นอกจากนี้พ่อแม่ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่สะอาดจนต้องขัดแรงๆ เพราะการทำความสะอาดร่างกายเด็กๆ ด้วยสบู่ที่อ่อนโยนจะช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกได้โดยที่ผิวยังชุ่มชื้นอยู่ได้อย่างแน่นอน

การสร้างนิสัยที่ดีให้กับเด็กๆ นั้นทั้งเรื่องการอาบน้ำและเรื่องอื่นๆ โดยหลักการแล้วคือการใช้ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่กับลูก ในการชักจูงให้ลูกปฏิบัติตนในสิ่งที่สร้างความสุขให้แก่กันและกัน นอกจากนั้นยังมีการศึกษาวิจัยมากมายว่าการเลี้ยงลูกเชิงบวก ไม่ใช้ความรุนแรงทั้งทางร่างกายและคำพูดจะช่วยให้ลูกเห็นคุณค่าของตนเอง พร้อมที่จะทำสิ่งดีต่อตนเอง ส่งผลให้เด็กๆ ประสบความสำเร็จในอนาคตเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้อีกด้วย

เสริมสร้างจินตนาการ และความสุขไปพร้อมกับการบำบัดผิวของลูกน้อยด้วยผลิตภัณฑ์ dmp Baby Bath ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว อุดมด้วยสารสกัดจากธรรมชาติที่มีประโยชน์ต่อผิวเพื่อลูกน้อย ดูแลผิวอ่อนโยน พลังออร์แกนิค pH 5.5 เข้าบำรุงผิว ที่สำคัญและปราศจาก 7 สารระคายเคืองผิว เริ่มต้นดูแลผิวดีๆ ให้ลูกน้อย เริ่มด้วยดีเอ็มพี

บทความโดยนักจิตวิทยาเด็กและครอบครัว

Bibliography

Batool, S. S. (2020). Academic achievement: Interplay of positive parenting, self‐esteem, and academic procrastination. Australian Journal of Psychology, 174-187.

Durrant, J. E. (2016). Positive discipline in everyday parenting. Canada: Save the children Sweden.



RELATED

Card image cap

เผยช่วงเวลาทองของสมองเด็ก ที่พ่อแม่ควรใส่ใจมากที่สุด

พัฒนาการของเด็กเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากสำหรับพ่อแม่ทุก ๆ คน เพราะเป็นการก่อร่างสร้างตัวของชีวิตน้อย ๆ ที่เราได้ให้กำเนิด เขามาจนกระทั่งเขาโตพอที่จะดูแลและช่วยเหลือตัวเองได้ ก่อนจะเป็นผู้ใหญ่และออกจากอ้อมอกของแม่ไป พัฒนาการด้านสมองของเด็กก็เช่นกัน

อ่านต่อ
Card image cap

ลูกดูเศร้า ดูเหงา ไม่เหมือนเดิม มาหาคำตอบพร้อมกิจกรรมเสริมพลังใจในบ้าน

คุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองอาจรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของลูกน้อย เช่น พูดน้อยลง ยิ้มน้อยลง ไม่เล่น ไม่ร่าเริงเหมือนเคย หรือแสดงพฤติกรรมที่ทำให้คิดว่าลูกๆ กำลังเผชิญหน้ากับความเศร้าหรืออารมณ์ทางลบอื่นๆ จนทำให้คุณพ่อคุณแม่เป็นห่วงลูกขึ้นมา แต่ความเศร้านั้นมีหลายระดับทั้งความเศร้าปกติตามธรรมชาติเมื่อต้องผิดหวังในบางสิ่งบางอย่างซึ่งสามารถจัดการให้หายไปได้ในระยะเวลาที่เหมาะสมและความเศร้าที่เกิดขึ้นเรื้อรังจนเป็นภาวะซึมเศร้าและเพื่อสังเกตว่าอารมณ์ทางลบของลูกน้อยเป็นเรื่องที่ผิดปกติจนน่าเป็นห่วงหรือไม่

อ่านต่อ